Siamdent Dental Clinic ติดอันดับ Top 10 dental clinic in Bangkok

คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ Siamdent Dental Clinic ติดอันดับ Top 10 dental clinic in Bangkok จัดอันดับโดย Global Clinic Rating GCR.org ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับคลินิกต่างๆทั่วโลก

ทางคลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจเลือกใช้บริการทางทันตกรรมกับเรามาโดยตลอด เราจะมุ่งมั่นพัฒนาการบริการของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไปเพื่อคุณ

Siamdent Dental Clinic
เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
#siamdent #ทำฟัน #จัดฟัน #bettersmilebetterlife #GCR #GlobalClinicRating #Top10dentalclinic

คลิกเพื่อดูรายละเอียด

https://gcr.org/top/dental/th/bangkok/bangkok?commit=Search&page=1&search%5Bclinic_type_text%5D=Dental&search%5Blocation%5D=Bangkok+Thailand

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลา”รักษารากฟัน”

ใครที่ไม่เคยต้องรักษารากฟัน ไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องอาการเจ็บปวดหรอก เพราะเรื่องนั้นมันจิ๊บจ๊อย แต่ความปวดร้าวมันอยู่ที่ค่ารักษารากฟัน ที่ทำเอาเงินเก็บที่สะสมเอาไว้ทั้งชีวิตหายไปรวดเดียวหลายพันเลยต่างหาก ครั้นจะไม่รักษามันก็ไม่ได้ เพราะอาการปวดฟันมันทรมานไปทั้งกราม ทานข้าวก็ไม่อร่อย และหากปล่อยไว้ก็อาจจะปวดบวมเป็นหนองรุนแรงมากกว่าเดิมอีก

อาการแบบไหนที่เริ่มเป็นสัญญาณบอกเราว่า “รากฟันของเรากำลังจะแย่แล้ว” มาสังเกตตัวเองกันค่ะ

  1. ปวดฟัน

อาการปวดฟันก็มีอยู่หลายระดับ แต่ไม่ใช่อาการที่ดีอย่างแน่นอน จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะปวดน้อย หรือปวดมาก เราก็ไม่ควรเพิกเฉยกับอาการปวดฟัน เพียงแต่หากเป็นอาการที่หนักไปจนถึงรากฟันแล้วล่ะก็ จะเป็นอาการปวดฟันแบบเพียงเล็กน้อย นานๆ ปวดที แต่ก็มีอาการปวดอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจปวดตุบๆ ในเวลาก่อนนอนตอนกลางคืน เป็นต้น

  1. เสียวฟันมาก

รับประทานอาหารทั้งของร้อน และของเย็น เช่น น้ำชาร้อนๆ ไอศกรีมเย็นๆ แล้วมีอาการเสียวฟันจิ๊ดขึ้นมาเลย เสียวมากจนไม่สามารถทนได้ ต้องรีบกลืนอาหารเข้าไปในคอ หรือใช้ลิ้นดันเอาอาหารนั้นๆ ออกจากบริเวณฟันซี่นั้นให้เร็วที่สุด เพราะทนให้มันเสียวแบบนั้นต่อไปไม่ได้

  1. ปวดหรือร้าวฟัน เมื่อกัด หรือเคี้ยวอาหารด้วยฟันซี่นั้น

ระหว่างอ้าปากงับขนมปัง เคี้ยวน้ำแข็งใส ฉีกไก่ออกมาจากกระดูกน่อง หรือเคี้ยวผลไม้ตุ้ยๆ แต่ดันปวดฟันหรือร้าวลงไปลึกถึงเงือก นี่ก็ไม่สัญญาณที่ดีอีกเช่นกัน

  1. ฟันแตก / ฟันผุอย่างรุนแรง

หากปวดฟันมากๆ แล้วสังเกตเห็นว่าที่ฟันมีรอยร้าว หรือมีอาการผุอย่างรุนแรงกว่าเก่า เป็นสัญญาณว่าใกล้จะได้เวลารักษารากฟันเป็นที่แน่นอน เพราะส่วนใหญ่อาการแบบนี้หมายถึง ฟันแตก หรือฟันผุมากจนทะลุโพรงฟัน

หากมีสัญญาณอันตรายใดๆ ต่อไปนี้ ควรรีบพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด

 

teeth-roots

รักษารากฟัน ทำอย่างไร?

โดยปกติแล้ว ทันตแพทย์จะกำจัดเอาเนื้อฟันที่อักเสบ หรือติดเชื้อออกไปก่อน จากนั้นจึงเริ่มเข้าไปทำความสะอาดรากฟัน และหยอดยาลงไปในคลองรากฟัน แล้วค่อยปิดฟันด้วยวัสดุอุดฟันชั่วคราวเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ (หากที่อุดฟันหลุด หรือแตก ควรรีบพบแพทย์ก่อนที่จะเกิดอาการติดเชื้อขึ้นอีก)

หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดมาตรวจเช็คดูเรื่อยๆ จนกว่าจะแน่ใจว่ารากฟันไม่มีอาการอักเสบอีกแล้ว จึงค่อยอุดปิดคลองรากฟันอย่างถาวรอีกที เพื่อทำการบูรณะตัวฟันต่อไป โดยหลังจากนี้การบูรณะฟันของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ตามสภาพของฟันดีที่ยังเหลืออยู่ เช่น อุดฟัน ใส่เดือยฟัน หรือจะครอบฟัน

teeth

ข้อควรปฏิบัติหลังรักษารากฟัน

ช่วงแรกๆ อาจยังอาการปวดฟันอยู่บ้าง แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น หลังจากนั้นพยายามอย่าใช้ฟันเคี้ยว หรือกัดอาหารที่มีความแข็ง และเหนียวมากจนเกินไป เพราะฟันจริงเรามีเหลือไม่เยอะ ที่เหลือคือสิ่งที่ใส่มาทดแทน จึงอาจมีเปราะ แตก หรือหลุดได้หากไม่ระมัดระวัง นอกจากนี้การรักษารากฟันอาจต้องใช้เวลา ควรไปพบทันตแพทย์ตามที่นัดทุกครั้ง เพราะหากไม่ไปตรวจเช็คตามเวลา อาจทำให้การรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดี และมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียฟันซี่นั้นไปโดยถาวร

ขอขอบคุณบทความจาก http://www.sanook.com


สามารถติดต่อนัดหมายรักษารากฟันกับทันตแพทย์เฉพาะทางของเราได้ค่ะ

» โทร. 0952599353

» Line ID : siamdent

» Inbox : http://m.me/siamdent

» Facebook : http://www.facebook.com/siamdent


Siamdent Dental Clinic

เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

Better smile, better life

ฟันห่าง รักษาอย่างไร?

หมุดจัดฟัน คืออะไร?

หมุดจัดฟันคืออะไร

หมุดจัดฟัน หรือ สกรูจัดฟัน (orthodontic miniscrew) เป็นสกรูทางการแพทย์ขนาดเล็ก ทันตแพทย์จัดฟันจะใช้ช่วยดึงฟันไปในทิศทางที่ต้องการ เพื่อควบคุมการเคลื่อนฟันให้เป็นไปตามแผนการรักษา เช่น ปักหมุดเพื่อดึงฟันกรามปิดช่องว่าง ปักหมุดเพื่อแก้ฟันยื่นเยอะๆ เป็นต้น เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุดตามที่คุณหมอวางแผนการรักษาไว้ ในการปักหมุด คุณหมอจะฉีดยาชาก่อนเล็กน้อย จากนั้นคุณหมอจะไขสกรูเข้าไปที่เหงือก ซึ่งสกรูมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นอาการเจ็บจึงน้อยมากหรืออาจไม่รู้สึกเจ็บเลย อย่างไรก็ตามหลักจากปักสกรูไปแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลรักษาความสะอาดอย่างดี หากมีคราบเชื้อโรคเกาะอยู่รอบๆหมุด จะทำให้เหงือกรอบๆหมุดเกิดการอักเสบจนอาจทำให้หมุดหลวมหลุดได้ และควรแปรงฟันระมัดระวังไม่ให้หัวแปรงสีฟันไปกระแทกซึ่งจะทำให้หมุดโยกหลุดได้เช่นกัน

ข่าวดี! ผู้ประกันตนสิทธิประกันสังคมทำฟันฟรี 900 บาท/ปี

 

Slide28

😃ข่าวดี !!! สำหรับผู้ใช้สิทธิประกันสังคม ทำฟันฟรี 900 บาท/ปี ได้แล้ววันนี้

👉คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม ให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรม สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในวงเงิน 900 บาทต่อปี อย่าลืมมาใช้สิทธิกันนะคะ 🙂

ตรวจสอบสิทธิ์ของท่านได้ที่ 👉สำนักงานประกันสังคม : สายด่วน 1506

🖒คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ให้บริการทางทันตกรรมโดยทันตแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ให้การรักษาตามมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด ปลอดเชื้อ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีที่สุด

Siamdent Dental Clinic

มุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

Better smile, better life

 

จัดฟันแฟชั่น…สวยหรือเสี่ยง?

This slideshow requires JavaScript.

จัดฟันแฟชั่น เป็นการใส่เครื่องมือเลียนแบบการจัดฟันของทันตแพทย์ ไม่ใช่การจัดฟันจริงๆ และอาจทำให้ฟันเสียมากขึ้น ขอเตือนให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายอย่าได้ไปจัดฟันแฟชั่นเด็ดขาด มีอันตราย ติดเชื้อถึงตายได้นะคะ

ยิ้มเห็นเหงือก เกิดจากอะไร?

This slideshow requires JavaScript.

ยิ้มเห็นเหงือก เป็นปัญหาที่หลายๆคนพบเจอ เวลายิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ดูไม่สวยงาม เกิดจากสาเหตุอะไร และรักษายังไง เลื่อนดูได้เลยจ้า

  1. สาเหตุจากขากรรไกรบนใหญ่ยื่นยาวลงมา มีลักษณะใบหน้าส่วนล่างยาวผิดปกติ ซึ่งปกติแล้วใบหน้าแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน แต่ถ้าขากรรไกรยาวลงมา ทำให้ส่วนล่างยาวมากผิดปกติ เวลายิ้มจึงเห็นเหงือกมากกว่าปกติได้
    การรักษาจึงควรแก้ไขที่ความผิดปกติ นั่นคือกระดูกขากรรไกรนั่นเอง สามารถผ่าตัดยกกรามบนขึ้นได้ ทำให้เห็นเหงือกน้อยลงได้ และใบหน้าสั้นลงดูสมส่วนมากขึ้น
  2. ฟันหน้างอกยาวลงมามากกว่าปกติ เหงือกจึงตามลงมาด้วย ซึ่งอาจเกิดจากฟันหน้ายื่น ไม่มีคู่สบ จึงงอกยาวลงมา หรือฟันสบลึก
    การรักษาจึงสามารถจัดฟันเพื่อยกฟันหน้าบนกลับขึ้นไปให้อยู่ในระดับปกติ เหงือกจะตามขึ้นไป ทำให้เห็นเหงือกน้อยลง
  3. ตัวฟันสั้น อาจเกิดจากลักษณะรูปร่างของฟันเอง หรืออาจเกิดจากฟันสึก ทำให้ฟันสั้นลง หรือเกิดจากเหงือกอักเสบ บวมลงมา ทำให้ฟันดูสั้นกว่าปกติ
    การรักษาทำได้โดยตัดแต่งกระดูกและเหงือกให้สูงขึ้นไป (esthetic crown lengthening) ทำให้ฟันดูยาวขึ้น และยิ้มเห็นเหงือกน้อยลง
  4. บางทีอาจเกิดจากริมฝีปากบนสั้น มีลักษณะกึ่งกลางปากอยู่สูงขึ้นไปมากกว่าบริเวณมุมปาก เวลายิ้มจึงเห็นเหงือกได้มากกว่าปกติ
    รักษาโดยการผ่าตัดริมฝีปากให้ยาวขึ้นได้
  5. นอกจากนี้อาจเกิดจากกล้ามเนื้อริมฝีปากทำงานผิดปกติ เกิดการยกตัวสูงขึ้นไปมาก (hypermobile lip) ซึ่งในสภาวะปกติ ริมฝีปากอยู่ในตำแหน่งปกติอยู่แล้ว แต่พอยิ้มทีไร กล้ามเนื้อริมฝีปากยกสูงขึ้นไปมาก ทำให้เห็นเหงือกเยอะ
    การรักษาทำได้โดยการฉีดโบทอกซ์ เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง

ภาวะยิ้มเห็นเหงือก อาจเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกันได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุในผู้ป่วยแต่ละรายและแก้ปัญหาให้ตรงจุดนะคะ

ระวังฟันสึกไม่รู้ตัว

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%811

ฟันสึกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราเองที่ทำร้ายฟันของเราโดยไม่รู้ตัวเลยเชียวหละ

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%812

ฟันสึกคอฟัน

พบได้มาก เกิดจากแปรงฟันแรงเกินไป หรือใช้แปรงขนแข็งเกินไป ทำให้ฟันสึกเข้าไปเป็นร่อง เหงือกร่น มีอาการเสียวฟันได้ และเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ

การรักษาทำได้โดยอุดคอฟัน
แต่ถ้าสึกจนทะลุโพรงประสาทฟันก็อาจต้องรักษารากฟันด้วย
และควรระมัดระวัง ไม่แปรงฟันแรงๆ คราบขี้ฟันนิ่มๆ แปรงเบาๆก็ออกได้นะจ๊ะ และไม่ใช้แปรงขนแข็ง เวลาซื้อแปรงควรเลือกชนิดขนนุ่มเพื่อถนอมฟันและเหงือก

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%813

ฟันสึกด้านบดเคี้ยว
มักพบในคนที่ชอบเคี้ยวของแข็งๆหรือมีแรงบดเคี้ยวมาก ฟันสึกเตียน แบน ไม่มีปุ่มฟัน ทำให้ตัวฟันสั้นลง ใบหน้าก็จะสั้นลงตามไปด้วย ดูเหมือนคนแก่

รักษาโดยอุดฟันหรือทำครอบฟัน ถ้าเป็นมากอาจต้องทำครอบทั้งปากเพื่อยกการสบฟันให้สูงขึ้นตามเดิม และควรเลี่ยงเคี้ยวอาหารแข็งๆ

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%814

ฟันกร่อน


ฟันเป็นหลุมๆ เกิดจากการทานอาหารที่มีความเป็นกรด เช่น ของเปรี้ยว น้ำอัดลม กรดไปกัดกร่อนฟันทำให้สึกเป็นหลุมลงไป

การรักษาทำได้โดยอุดฟัน หรือถ้าเป็นมากอาจต้องทำครอบฟัน และควรเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยวจัด และไม่ควรแปรงฟันภายใน 30 นาทีหลังทานอาหารเปรี้ยวนะคะ เพราะหากทานของเปรี้ยวแล้วแปรงฟันก็เหมือนเอากรดไปทาฟันแล้วเอาแปรงถูๆๆๆๆๆน่ะสิ


 

รู้อย่างนี้แล้ว ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองนะคะ ฟันจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆค่ะ

 

ด้วยความปรารถนาดีจากคลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์

เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ทำไมจัดฟันนานจัง?

16472990_1816796628585241_4525177460637270032_n

ปกติฟันคนเราอยู่ในกระดูกขากรรไกรสามารถเคลื่อนได้โดยให้แรงเบาๆในการเคลื่อนฟัน ซึ่งสามารถเคลื่อนได้ช้าๆค่อยๆขยับเคลื่อนไปโดยไม่เป็นอันตรายกับฟัน

แต่ในบางครั้งการจัดฟันก็เนิ่นนานออกไปมากกว่าปกติได้ เช่น การเคลื่อนฟันที่ซับซ้อนมาก หรือเคลื่อนเป็นระยะทางมาก หรือดึงฟันที่ฝังอยู่ในกระดูกขึ้นมา และยังเกิดจากพฤติกรรมของคนไข้จัดฟันด้วย เช่น
– ไม่มาตามนัด หายไปนาน ทำให้เคลื่อนฟันไม่ต่อเนื่อง หรืออาจเคลื่อนกลับได้
– อุบัติเหตุต่อฟันและขากรรไกร
– แปรงฟันไม่สะอาด เหงือกบวม ฟันผุ มีคราบเกาะที่ลวดที่เหล็ก ทำให้ลวดฝืด ฟันจึงเคลื่อนช้า
– ไม่ดึงยาง ก็ไม่มีแรงดึงฟัน ฟันจะเคลื่อนได้ไง จริงมั้ย
– ทานอาหารเหนียวแข็ง หรือแปรงกระแทก ไม่ระวัง ทำให้เหล็กหลุด

ฉะนั้นถ้าอยากให้ฟันสวยเร็วๆ ก็ต้องช่วยหมอจัดฟันด้วยนะคะ

คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์
มุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
#siamdent #ทำฟัน #จัดฟัน #bettersmilebetterlife

6 สัญญาณเตือน มะเร็งช่องปาก

thaihealth_c_egijmpqx1289558000010848402

😱😲😨มะเร็งช่องปาก😷😞😒

เป็นมะเร็งที่พบได้มากในผู้ป่วยช่วงวัยกลางคน อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ปี แต่ก็พบได้ในคนอายุต่ำกว่า 40 ปี

👄อาการและอาการแสดงของมะเร็งช่องปาก
อาการที่พบได้บ่อย เช่น เกิดก้อนเนื้อขึ้นตามตำแหน่งต่าง ๆ ภายในช่องปาก อาจลุกลามเป็นแผลหรือไม่ก็ได้ แผลอาจมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ หรืออาจเป็นแผลลึกเรื้อรัง แผลจะโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หายด้วยการใส่ยาต่าง ๆ หรือการรักษาวิธีทั่ว ๆ ไป อาจมีเลือดออกได้ง่าย และถ้ามีการติดเชื้อด้วยก็จะมีกลิ่นเหม็น นอกจากนั้น ถ้าเป็นโรคในระยะลุกลาม จะคลำต่อมน้ำเหลืองที่คอได้ร่วมด้วย เป็นต่อมน้ำเหลืองที่โตโดยไม่เจ็บ และมักอยู่ด้านเดียวกันกับก้อนเนื้อ

😒 สาเหตุของการเกิดมะเร็งช่องปาก
สูบบุหรี่จัด สูบกล้อง บริโภคเมี่ยง หมาก ยาฉุน ยาเส้น เป็นประจำ ดื่มสุราจัด อาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสชนิดเอชพีวี (HPV) มีความสัมพันธ์กับการอักเสบเรื้อรังชนิดไม่ติดเชื้อของเยื่อบุช่องปาก ซึ่งจะทำให้เยื่อบุช่องปากมีลักษณะเป็นฝ้าขาว หรือเป็นปื้นสีแดง

😈ความรุนแรงของโรค จะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย ที่สำคัญได้แก่
– ระยะของโรค ระยะสูงขึ้นความรุนแรงของโรคก็สูงขึ้น
– สุขภาพทั่ว ๆ ไป ถ้าแข็งแรง การรักษาจะได้ผลดีกว่า
– โรคร่วมต่าง ๆ เช่น เบาหวาน โรคไต เป็นต้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการรักษา
– อายุ ในผู้ป่วยสูงอายุ มักทนการรักษาต่าง ๆ ไม่ค่อยได้ดี

😩ระยะของโรค
มะเร็งช่องปากแบ่งระยะออกเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 มะเร็งมีขนาดก้อนเล็ก ยังไม่ลุกลาม

ระยะที่ 2 มะเร็งลุกลามเข้า อวัยวะข้างเคียง

ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ขึ้น และลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียงมากขึ้น และมีการลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ

ระยะที่ 4 มะเร็งลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียงมากขึ้น ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองมากขึ้น อ้าปากไม่ได้ ต่อมน้ำเหลืองที่คอมีขนาดโตมาก หรืออาจมีโรคแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก เป็นต้น

อนึ่ง ช่องปากประกอบไปด้วยอวัยวะต่าง ๆ ดังนี้ คือริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เหงือก ลิ้น เนื้อเยื่อโดยรอบลิ้นสองข้าง และด้านหน้าใต้ลิ้น มะเร็งของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีสาเหตุ อาการ อาการแสดง การดำเนินโรค วิธีวินิจฉัย ระยะโรค การรักษา และความรุนแรงของโรคเหมือนกัน

💋การตรวจวินิจฉัยโรค
เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยเฉพาะของช่องปาก หลังจากนั้นจะทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อไปพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา และเมื่อวินิจฉัยได้แล้วว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมในเรื่องเลือด เพื่อดูการทำงานของไขกระดูก ตับ ไต และเบาหวาน ตรวจในเรื่องปัสสาวะ เพื่อดูโรคร่วมอื่น ๆ ของโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำการเอกซเรย์ปอด เพื่อดูการแพร่กระจายของโรคที่ปอด และอาจมีการตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้อื่น ๆ เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ตับ เพื่อดูการกระจายของโรคไปที่ตับ หรือการตรวจเพิ่มเติมทางเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจเพิ่มเติม ซึ่งแพทย์จะทำตามข้อบ่งชี้ไม่เหมือนกันในผู้ป่วยแต่ละราย

🏥 วิธีการรักษา
มะเร็งช่องปากมีวิธีการรักษาโดยหลัก ดังนี้
– การผ่าตัด มักใช้รักษาโรคในระยะที่ 1 ระยะที่ 2 หรือเริ่มต้นระยะที่ 3 ที่ต่อมน้ำเหลืองยังมีขนาดเล็ก หลังผ่าตัดแพทย์จะตรวจเนื้อที่ผ่าตัดออกไปทางพยาธิ ถ้ามีข้อบ่งชี้ก็จะให้การรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรักษา และอาจร่วมกับเคมีบำบัดด้วย
– รังสีรักษา เป็นวิธีการรักษาที่อาจใช้ร่วมกับการผ่าตัด หรือใช้วิธีรังสีรักษาร่วมกับการทำเคมีบำบัด หรือใช้รังสีรักษาร่วมกับการผ่าตัดและทำเคมีบำบัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ในแต่ละราย ซึ่งการฉายรังสี มักจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6-7 สัปดาห์ ฉายรังสีวันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน และอาจมีการรักษาทางรังสีโดยการใส่แร่ ซึ่งจะมีข้อบ่งชี้เฉพาะเจาะจง รักษาได้เฉพาะผู้ป่วยบางรายเท่านั้น ซึ่งแพทย์จะประเมินจากข้อบ่งชี้เช่นกัน
– เคมีบำบัด เป็นการรักษาที่มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดและรังสีรักษา แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ผ่าตัดและทำรังสีรักษาไม่ได้ ก็อาจใช้เคมีบำบัดเพียงวิธีการเดียว ซึ่งมักเป็นกรณีการรักษาเพื่อประคับประคอง และเช่นเดียวกับวิธีการรักษาอื่น ๆ การใช้เคมีบำบัดก็ต้องมีข้อบ่งชี้แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน

✔การตรวจรักษาเพื่อติดตามผลการรักษา
ภายหลังรักษาครบแล้ว แพทย์จะนัดตรวจรักษาผู้ป่วยต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ โดยในปีแรกหลังครบการรักษา แพทย์จะนัดทุก 1-2 เดือน ในปีที่ 2-3 อาจนัดทุก 2-3 เดือน ปีที่ 3-5 อาจนัดทุก 3-6 เดือน และภายหลัง 5 ปี ไปแล้วมักนัดทุก 6-12 เดือน
ในการมาพบแพทย์ทุกครั้ง แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจอื่น ๆ ตามข้อบ่งชี้ แตกต่างในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์พร้อมญาติสายตรง หรือผู้ดูแลผู้ป่วย เพื่อร่วมกันพูดคุยปรึกษากับแพทย์ เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม