“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

ในปี  2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีพระราชปรารภว่า

“เวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วเวลาราษฎรที่อยู่ห่างไกล จะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือเปล่า”                      

ในเวลาต่อมา ทรงทราบว่าทันตแพทย์นั้นมีน้อยและมีอยู่ตามโรงพยาบาลประจำจังหวัดเท่านั้น บางจังหวัดก็ไม่มี พระองค์ทรงรับสั่งว่า

“โรคฟัน เป็นโรคของทุกคน การที่จะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟัน หยุดการทำนาทำไร่ เดินทางไปหาแพทย์นั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงกันข้าม หากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง”

จากนั้นจึงทรงตรัสแก่ทันตแพทย์สีสิริสิงห์ทันตแพทย์ประจำพระองค์ว่า

“ฉันต้องการให้หมอช่วยไปดูแลบำบัดทุกข์ให้แก่นักเรียนและประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นกันดารห่างไกลหมอ และจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดตามความจำเป็นโดยให้จัดหน่วยเคลื่อนที่ไปโดยรถยนต์และตระเวนไปตามถนนหนทาง ตามหมู่บ้าน ที่อยู่ ห่างไกล ชนบท”


“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

 

พระราชดำรัสในครั้งนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้น งานทันตกรรมเคลื่อนที่ หรืองานทันตกรรมชนบท เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้อรถยนต์ พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทำฟัน มีทันตแพทย์อาสาออก ปฏิบัติงานโดยเริ่มครั้งแรกเมื่อปี  2512 โดยมี ทันตแพทย์ สี สิริสิงห์ เป็นหัวหน้าทีม เพื่อส่งทันตแพทย์อาสาสมัครออกช่วยเหลือ บำบัดโรคเกี่ยวกับฟัน ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟันแก่เด็ก นักเรียนและประชาชนที่อยู่ในท้องที่ทุรกันดารโดยไม่คิดมูลค่า ได้รับความ ร่วมมือจากทันตแพทย์โรงพยาบาลต่างๆ ในการออกปฏิบัติการภาคสนาม

บัดนี้ หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ได้ให้บริการแก่ราษฎรผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสมาเป็นเวลานานถึง 46 ปี มีการพัฒนาไปอย่างมาก จากที่ในอดีต สามารถให้การรักษาได้วันละประมาณ 50-70 คน และทำการถอนฟันเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันนี้ สามารถให้บริการได้ถึง 1,200-1,500 คนต่อวัน จึงทำให้ปัจจุบัน หน่วยทันตกรรมพระราชทานหน่วยนี้ จึงนับเป็นหน่วยทำฟันเคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถให้บริการได้ เช่นเดียวกับโรงพยาบาลใหญ่ๆ นับตั้งแต่การตรวจรักษาโรคในช่องปาก ถ้าพบโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งในช่องปาก ปากแหว่งเพดานโหว่ ฯลฯ ก็จะนำไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือที่คณะทันตแพทย์ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระราชนุเคราะห์

 

“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

 

ฟันปลอมพระราชทาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงเล่าว่า วันหนึ่งเสด็จเยี่ยมราษฎรที่จังหวัดขอนแก่น มีราษฎรคนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ ร่างกายซูบผอม ไม่สบาย พระองค์ท่านรับสั่งถาม “เป็นอะไร ไม่สบายหรือ?”ราษฎรผู้นั้นทูลตอบว่า “ไม่สบาย ฟันไม่มี กินอะไรไม่ได้” พระองค์ท่านจึงบอกว่า “ไปใส่ฟันซะ แล้วจะเคี้ยวอะไรได้ ร่างกายจะได้แข็งแรง”

ในปีต่อมา เมื่อพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมราษฎร ที่จังหวัดขอนแก่นอีกครั้งราษฎรผู้นั้นได้มาเฝ้า และทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “ไปใส่ฟันมาแล้ว ตามที่ในหลวงแนะนำ ตอนนี้กินอะไรได้ สบายแล้ว” เมื่อได้ฟัง ทำให้คิดว่า เรื่องการใส่ฟันเป็นเรื่องสำคัญ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “เวลาไม่มีฟัน ทำให้กินอะไรไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” ด้วยเหตุนี้ หน่วยทันตกรรมพระราชทาน จึงสนองพระราชดำรัส ทำให้มีการใส่ฟันให้กับราษฎรที่ยากไร้ และด้อยโอกาสในหน่วยเคลื่อนที่นั้น และในเดือนตุลาคม พ.ศ.2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ ร.9 พระราชทานรถใส่ฟันเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นรถใส่ฟันเคลื่อนที่คันแรก ในประเทศไทย ให้หน่วยทันตกรรมฯ ไปใช้

 

โครงการทันตกรรมพระราชทานอื่นๆ

โครงการทันตกรรมพระราชทานที่กล่าวมาแล้ว เป็นเพียงโครงการในพระราชดำริโครงการหนึ่ง ยังมีโครงการในพระราชดำริอีก 3 โครงการ คือ

1. โครงการตามเสด็จ เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นที่ห่างไกลความเจริญ จะมีทันตแพทย์ตามเสด็จ ถ้าพบราษฎรมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน หรือสุขภาพในช่องปากจะได้ให้บริการได้ทันที

2. โครงการทันตกรรมทางเรือ ได้พระราชทานเรือเวชพาหน์ ให้สภากาชาดออกให้บริการทางการแพทย์ และทางทันตกรรม ดูแลราษฎรที่อาศัยอยู่ตามสองฝั่งคลอง เนื่องจากการคมนาคมทางบกไม่สะดวก

3. โครงการทันตกรรมหน้าวัง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ทักษิณราชนิเวศน์ หรือภูพานราชนิเวศน์ จะมีรถทำฟันเคลื่อนที่ของกองทัพบก ให้บริการแก่ราษฎร บริเวณเน้าวังที่ประทับแทบทุกวัน

“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

“ทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน” จากความห่วงใยของในหลวง ร.9

 

พระราชดำรัสถึงทันตแพทย์ไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงมีพระเมตตา ให้อาสาสมัครในหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ได้เฝ้ากราบพระบาทเสมอ เมื่อมีโอกาส พระองค์ท่านจะทรงเน้นเสมอในเรื่อง 2 เรื่อง

1. สถานที่ปฏิบัติงาน ควรเป็นที่ห่างไกลความเจริญ ที่ไม่มีทันตแพทย์ หรือมีทันตแพทย์ไม่เพียงพอ และควรให้โอกาสผู้ที่ยากไร้ และด้อยโอกาสก่อน ทั้งนี้ ท่านคงทรงหมายถึง ความเสมอภาค คนจน คนรวย ควรได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน เมื่อจะออกหน่วยฯ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือสาธารณสุขจังหวัด ได้ทราบ เพื่อแจ้งให้ราษฎรที่มีปัญหาได้ทราบ จะได้เข้ามารับการรักษา

2. เมื่อออกหน่วยฯ อย่าได้ไปรบกวนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาต้อนรับ เลี้ยงดู เพราะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติมากอยู่แล้ว ให้อาสาสมัครหารับประทานเอง

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสอนเรื่อง การรักษาแบบองค์รวม ว่า เวลาออกหน่วยฯ อย่าดูแต่เรื่องฟันอย่างเดียว ให้ดูเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น สังเกต ขาเจ็บ ตาบวม เจ็บคอ ฯลฯ เพราะทันตแพทย์ก็เป็นแพทย์เหมือนกัน เรียนมาเหมือนกัน ถ้ารักษาได้ก็ควรให้การรักษา ถ้ารักษาไม่ได้ ควรให้คำแนะนำส่งต่อไปรักษา ราษฎรจะได้รับการดูแลแต่เนิ่นๆ และต้องซักถามทุกข์สุข เรืองการทำมาหากิน ถนนหนทาง น้ำท่า เพราะถ้าน้ำไม่มี จะให้แปรงฟันวันละ 2 ครั้งได้อย่างไร ถนนไม่ดี จะให้มาพบหมอปีละ 2 ครั้งได้อย่างไร ไม่ควรรักษาเฉพาะกายอย่างเดียว ต้องดูถึงสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และจิตวิญญาณด้วย

 

จะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 ทรงมีพระเมตตา และความห่วงใยต่อเหล่าพสกนิกรอย่างใกล้ชิด ดูแลสุขภาพและปากท้องของประชาชนชาวไทยเป็นสำคัญ พร้อมทั้งปลูกฝังความคิดในการเสียสละส่วนตนเพื่อส่วนรวมแก่บรรดาแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับการเข้าถึงของบริการสาธารณสุขได้ครบถ้วน ทั้งหมดก็เพื่อสุขอนามัย และสุขภาพร่างกายที่ดี และแข็งแรงของพวกเราชาวไทยทุกคน เราจึงนับว่าโชคดีแล้วที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย

 

Siamdent Dental Clinic ติดอันดับ Top 10 dental clinic in Bangkok

คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ Siamdent Dental Clinic ติดอันดับ Top 10 dental clinic in Bangkok จัดอันดับโดย Global Clinic Rating GCR.org ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับคลินิกต่างๆทั่วโลก

ทางคลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจเลือกใช้บริการทางทันตกรรมกับเรามาโดยตลอด เราจะมุ่งมั่นพัฒนาการบริการของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไปเพื่อคุณ

Siamdent Dental Clinic
เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
#siamdent #ทำฟัน #จัดฟัน #bettersmilebetterlife #GCR #GlobalClinicRating #Top10dentalclinic

คลิกเพื่อดูรายละเอียด

https://gcr.org/top/dental/th/bangkok/bangkok?commit=Search&page=1&search%5Bclinic_type_text%5D=Dental&search%5Blocation%5D=Bangkok+Thailand

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลา”รักษารากฟัน”

ใครที่ไม่เคยต้องรักษารากฟัน ไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน ไม่ใช่เรื่องอาการเจ็บปวดหรอก เพราะเรื่องนั้นมันจิ๊บจ๊อย แต่ความปวดร้าวมันอยู่ที่ค่ารักษารากฟัน ที่ทำเอาเงินเก็บที่สะสมเอาไว้ทั้งชีวิตหายไปรวดเดียวหลายพันเลยต่างหาก ครั้นจะไม่รักษามันก็ไม่ได้ เพราะอาการปวดฟันมันทรมานไปทั้งกราม ทานข้าวก็ไม่อร่อย และหากปล่อยไว้ก็อาจจะปวดบวมเป็นหนองรุนแรงมากกว่าเดิมอีก

อาการแบบไหนที่เริ่มเป็นสัญญาณบอกเราว่า “รากฟันของเรากำลังจะแย่แล้ว” มาสังเกตตัวเองกันค่ะ

  1. ปวดฟัน

อาการปวดฟันก็มีอยู่หลายระดับ แต่ไม่ใช่อาการที่ดีอย่างแน่นอน จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะปวดน้อย หรือปวดมาก เราก็ไม่ควรเพิกเฉยกับอาการปวดฟัน เพียงแต่หากเป็นอาการที่หนักไปจนถึงรากฟันแล้วล่ะก็ จะเป็นอาการปวดฟันแบบเพียงเล็กน้อย นานๆ ปวดที แต่ก็มีอาการปวดอยู่เรื่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาจปวดตุบๆ ในเวลาก่อนนอนตอนกลางคืน เป็นต้น

  1. เสียวฟันมาก

รับประทานอาหารทั้งของร้อน และของเย็น เช่น น้ำชาร้อนๆ ไอศกรีมเย็นๆ แล้วมีอาการเสียวฟันจิ๊ดขึ้นมาเลย เสียวมากจนไม่สามารถทนได้ ต้องรีบกลืนอาหารเข้าไปในคอ หรือใช้ลิ้นดันเอาอาหารนั้นๆ ออกจากบริเวณฟันซี่นั้นให้เร็วที่สุด เพราะทนให้มันเสียวแบบนั้นต่อไปไม่ได้

  1. ปวดหรือร้าวฟัน เมื่อกัด หรือเคี้ยวอาหารด้วยฟันซี่นั้น

ระหว่างอ้าปากงับขนมปัง เคี้ยวน้ำแข็งใส ฉีกไก่ออกมาจากกระดูกน่อง หรือเคี้ยวผลไม้ตุ้ยๆ แต่ดันปวดฟันหรือร้าวลงไปลึกถึงเงือก นี่ก็ไม่สัญญาณที่ดีอีกเช่นกัน

  1. ฟันแตก / ฟันผุอย่างรุนแรง

หากปวดฟันมากๆ แล้วสังเกตเห็นว่าที่ฟันมีรอยร้าว หรือมีอาการผุอย่างรุนแรงกว่าเก่า เป็นสัญญาณว่าใกล้จะได้เวลารักษารากฟันเป็นที่แน่นอน เพราะส่วนใหญ่อาการแบบนี้หมายถึง ฟันแตก หรือฟันผุมากจนทะลุโพรงฟัน

หากมีสัญญาณอันตรายใดๆ ต่อไปนี้ ควรรีบพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด

 

teeth-roots

รักษารากฟัน ทำอย่างไร?

โดยปกติแล้ว ทันตแพทย์จะกำจัดเอาเนื้อฟันที่อักเสบ หรือติดเชื้อออกไปก่อน จากนั้นจึงเริ่มเข้าไปทำความสะอาดรากฟัน และหยอดยาลงไปในคลองรากฟัน แล้วค่อยปิดฟันด้วยวัสดุอุดฟันชั่วคราวเอาไว้ก่อน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ (หากที่อุดฟันหลุด หรือแตก ควรรีบพบแพทย์ก่อนที่จะเกิดอาการติดเชื้อขึ้นอีก)

หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดมาตรวจเช็คดูเรื่อยๆ จนกว่าจะแน่ใจว่ารากฟันไม่มีอาการอักเสบอีกแล้ว จึงค่อยอุดปิดคลองรากฟันอย่างถาวรอีกที เพื่อทำการบูรณะตัวฟันต่อไป โดยหลังจากนี้การบูรณะฟันของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันออกไป ตามสภาพของฟันดีที่ยังเหลืออยู่ เช่น อุดฟัน ใส่เดือยฟัน หรือจะครอบฟัน

teeth

ข้อควรปฏิบัติหลังรักษารากฟัน

ช่วงแรกๆ อาจยังอาการปวดฟันอยู่บ้าง แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น หลังจากนั้นพยายามอย่าใช้ฟันเคี้ยว หรือกัดอาหารที่มีความแข็ง และเหนียวมากจนเกินไป เพราะฟันจริงเรามีเหลือไม่เยอะ ที่เหลือคือสิ่งที่ใส่มาทดแทน จึงอาจมีเปราะ แตก หรือหลุดได้หากไม่ระมัดระวัง นอกจากนี้การรักษารากฟันอาจต้องใช้เวลา ควรไปพบทันตแพทย์ตามที่นัดทุกครั้ง เพราะหากไม่ไปตรวจเช็คตามเวลา อาจทำให้การรักษาไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดี และมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียฟันซี่นั้นไปโดยถาวร

ขอขอบคุณบทความจาก http://www.sanook.com


สามารถติดต่อนัดหมายรักษารากฟันกับทันตแพทย์เฉพาะทางของเราได้ค่ะ

» โทร. 0952599353

» Line ID : siamdent

» Inbox : http://m.me/siamdent

» Facebook : http://www.facebook.com/siamdent


Siamdent Dental Clinic

เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

Better smile, better life

ฟันห่าง รักษาอย่างไร?

หมุดจัดฟัน คืออะไร?

หมุดจัดฟันคืออะไร

หมุดจัดฟัน หรือ สกรูจัดฟัน (orthodontic miniscrew) เป็นสกรูทางการแพทย์ขนาดเล็ก ทันตแพทย์จัดฟันจะใช้ช่วยดึงฟันไปในทิศทางที่ต้องการ เพื่อควบคุมการเคลื่อนฟันให้เป็นไปตามแผนการรักษา เช่น ปักหมุดเพื่อดึงฟันกรามปิดช่องว่าง ปักหมุดเพื่อแก้ฟันยื่นเยอะๆ เป็นต้น เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุดตามที่คุณหมอวางแผนการรักษาไว้ ในการปักหมุด คุณหมอจะฉีดยาชาก่อนเล็กน้อย จากนั้นคุณหมอจะไขสกรูเข้าไปที่เหงือก ซึ่งสกรูมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นอาการเจ็บจึงน้อยมากหรืออาจไม่รู้สึกเจ็บเลย อย่างไรก็ตามหลักจากปักสกรูไปแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องดูแลรักษาความสะอาดอย่างดี หากมีคราบเชื้อโรคเกาะอยู่รอบๆหมุด จะทำให้เหงือกรอบๆหมุดเกิดการอักเสบจนอาจทำให้หมุดหลวมหลุดได้ และควรแปรงฟันระมัดระวังไม่ให้หัวแปรงสีฟันไปกระแทกซึ่งจะทำให้หมุดโยกหลุดได้เช่นกัน

ข่าวดี! ผู้ประกันตนสิทธิประกันสังคมทำฟันฟรี 900 บาท/ปี

32 ประกันสังคมทำฟันฟรี 900 บาทต่อปี

😃ข่าวดี !!! สำหรับผู้ใช้สิทธิประกันสังคม ทำฟันฟรี 900 บาท/ปี ได้แล้ววันนี้

👉คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ร่วมกับสำนักงานประกันสังคม ให้บริการทางการแพทย์กรณีทันตกรรม สำหรับการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในวงเงิน 900 บาทต่อปี อย่าลืมมาใช้สิทธิกันนะคะ 🙂

ตรวจสอบสิทธิ์ของท่านได้ที่ 👉สำนักงานประกันสังคม : สายด่วน 1506

🖒คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์ให้บริการทางทันตกรรมโดยทันตแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ให้การรักษาตามมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด ปลอดเชื้อ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีที่สุด

Siamdent Dental Clinic

มุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

Better smile, better life

จัดฟันแฟชั่น…สวยหรือเสี่ยง?

This slideshow requires JavaScript.

จัดฟันแฟชั่น เป็นการใส่เครื่องมือเลียนแบบการจัดฟันของทันตแพทย์ ไม่ใช่การจัดฟันจริงๆ และอาจทำให้ฟันเสียมากขึ้น ขอเตือนให้เพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายอย่าได้ไปจัดฟันแฟชั่นเด็ดขาด มีอันตราย ติดเชื้อถึงตายได้นะคะ

ยิ้มเห็นเหงือก เกิดจากอะไร?

This slideshow requires JavaScript.

ยิ้มเห็นเหงือก เป็นปัญหาที่หลายๆคนพบเจอ เวลายิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ดูไม่สวยงาม เกิดจากสาเหตุอะไร และรักษายังไง เลื่อนดูได้เลยจ้า

  1. สาเหตุจากขากรรไกรบนใหญ่ยื่นยาวลงมา มีลักษณะใบหน้าส่วนล่างยาวผิดปกติ ซึ่งปกติแล้วใบหน้าแบ่งเป็น 3 ส่วนเท่าๆกัน แต่ถ้าขากรรไกรยาวลงมา ทำให้ส่วนล่างยาวมากผิดปกติ เวลายิ้มจึงเห็นเหงือกมากกว่าปกติได้
    การรักษาจึงควรแก้ไขที่ความผิดปกติ นั่นคือกระดูกขากรรไกรนั่นเอง สามารถผ่าตัดยกกรามบนขึ้นได้ ทำให้เห็นเหงือกน้อยลงได้ และใบหน้าสั้นลงดูสมส่วนมากขึ้น
  2. ฟันหน้างอกยาวลงมามากกว่าปกติ เหงือกจึงตามลงมาด้วย ซึ่งอาจเกิดจากฟันหน้ายื่น ไม่มีคู่สบ จึงงอกยาวลงมา หรือฟันสบลึก
    การรักษาจึงสามารถจัดฟันเพื่อยกฟันหน้าบนกลับขึ้นไปให้อยู่ในระดับปกติ เหงือกจะตามขึ้นไป ทำให้เห็นเหงือกน้อยลง
  3. ตัวฟันสั้น อาจเกิดจากลักษณะรูปร่างของฟันเอง หรืออาจเกิดจากฟันสึก ทำให้ฟันสั้นลง หรือเกิดจากเหงือกอักเสบ บวมลงมา ทำให้ฟันดูสั้นกว่าปกติ
    การรักษาทำได้โดยตัดแต่งกระดูกและเหงือกให้สูงขึ้นไป (esthetic crown lengthening) ทำให้ฟันดูยาวขึ้น และยิ้มเห็นเหงือกน้อยลง
  4. บางทีอาจเกิดจากริมฝีปากบนสั้น มีลักษณะกึ่งกลางปากอยู่สูงขึ้นไปมากกว่าบริเวณมุมปาก เวลายิ้มจึงเห็นเหงือกได้มากกว่าปกติ
    รักษาโดยการผ่าตัดริมฝีปากให้ยาวขึ้นได้
  5. นอกจากนี้อาจเกิดจากกล้ามเนื้อริมฝีปากทำงานผิดปกติ เกิดการยกตัวสูงขึ้นไปมาก (hypermobile lip) ซึ่งในสภาวะปกติ ริมฝีปากอยู่ในตำแหน่งปกติอยู่แล้ว แต่พอยิ้มทีไร กล้ามเนื้อริมฝีปากยกสูงขึ้นไปมาก ทำให้เห็นเหงือกเยอะ
    การรักษาทำได้โดยการฉีดโบทอกซ์ เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานน้อยลง

ภาวะยิ้มเห็นเหงือก อาจเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกันได้ ทั้งนี้ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุในผู้ป่วยแต่ละรายและแก้ปัญหาให้ตรงจุดนะคะ

ระวังฟันสึกไม่รู้ตัว

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%811

ฟันสึกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้งานในชีวิตประจำวันของเราเองที่ทำร้ายฟันของเราโดยไม่รู้ตัวเลยเชียวหละ

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%812

ฟันสึกคอฟัน

พบได้มาก เกิดจากแปรงฟันแรงเกินไป หรือใช้แปรงขนแข็งเกินไป ทำให้ฟันสึกเข้าไปเป็นร่อง เหงือกร่น มีอาการเสียวฟันได้ และเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุ

การรักษาทำได้โดยอุดคอฟัน
แต่ถ้าสึกจนทะลุโพรงประสาทฟันก็อาจต้องรักษารากฟันด้วย
และควรระมัดระวัง ไม่แปรงฟันแรงๆ คราบขี้ฟันนิ่มๆ แปรงเบาๆก็ออกได้นะจ๊ะ และไม่ใช้แปรงขนแข็ง เวลาซื้อแปรงควรเลือกชนิดขนนุ่มเพื่อถนอมฟันและเหงือก

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%813

ฟันสึกด้านบดเคี้ยว
มักพบในคนที่ชอบเคี้ยวของแข็งๆหรือมีแรงบดเคี้ยวมาก ฟันสึกเตียน แบน ไม่มีปุ่มฟัน ทำให้ตัวฟันสั้นลง ใบหน้าก็จะสั้นลงตามไปด้วย ดูเหมือนคนแก่

รักษาโดยอุดฟันหรือทำครอบฟัน ถ้าเป็นมากอาจต้องทำครอบทั้งปากเพื่อยกการสบฟันให้สูงขึ้นตามเดิม และควรเลี่ยงเคี้ยวอาหารแข็งๆ

%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b6%e0%b8%814

ฟันกร่อน


ฟันเป็นหลุมๆ เกิดจากการทานอาหารที่มีความเป็นกรด เช่น ของเปรี้ยว น้ำอัดลม กรดไปกัดกร่อนฟันทำให้สึกเป็นหลุมลงไป

การรักษาทำได้โดยอุดฟัน หรือถ้าเป็นมากอาจต้องทำครอบฟัน และควรเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยวจัด และไม่ควรแปรงฟันภายใน 30 นาทีหลังทานอาหารเปรี้ยวนะคะ เพราะหากทานของเปรี้ยวแล้วแปรงฟันก็เหมือนเอากรดไปทาฟันแล้วเอาแปรงถูๆๆๆๆๆน่ะสิ


 

รู้อย่างนี้แล้ว ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองนะคะ ฟันจะได้อยู่คู่กับเราไปนานๆค่ะ

 

ด้วยความปรารถนาดีจากคลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์

เพราะเรามุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ทำไมจัดฟันนานจัง?

16472990_1816796628585241_4525177460637270032_n

ปกติฟันคนเราอยู่ในกระดูกขากรรไกรสามารถเคลื่อนได้โดยให้แรงเบาๆในการเคลื่อนฟัน ซึ่งสามารถเคลื่อนได้ช้าๆค่อยๆขยับเคลื่อนไปโดยไม่เป็นอันตรายกับฟัน

แต่ในบางครั้งการจัดฟันก็เนิ่นนานออกไปมากกว่าปกติได้ เช่น การเคลื่อนฟันที่ซับซ้อนมาก หรือเคลื่อนเป็นระยะทางมาก หรือดึงฟันที่ฝังอยู่ในกระดูกขึ้นมา และยังเกิดจากพฤติกรรมของคนไข้จัดฟันด้วย เช่น
– ไม่มาตามนัด หายไปนาน ทำให้เคลื่อนฟันไม่ต่อเนื่อง หรืออาจเคลื่อนกลับได้
– อุบัติเหตุต่อฟันและขากรรไกร
– แปรงฟันไม่สะอาด เหงือกบวม ฟันผุ มีคราบเกาะที่ลวดที่เหล็ก ทำให้ลวดฝืด ฟันจึงเคลื่อนช้า
– ไม่ดึงยาง ก็ไม่มีแรงดึงฟัน ฟันจะเคลื่อนได้ไง จริงมั้ย
– ทานอาหารเหนียวแข็ง หรือแปรงกระแทก ไม่ระวัง ทำให้เหล็กหลุด

ฉะนั้นถ้าอยากให้ฟันสวยเร็วๆ ก็ต้องช่วยหมอจัดฟันด้วยนะคะ

คลินิกทันตกรรมสยามเด๊นท์
มุ่งสร้างรอยยิ้มให้คุณเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
#siamdent #ทำฟัน #จัดฟัน #bettersmilebetterlife